นายจ้างทุกยุคสมัย ไม่ว่าไทยหรือเทศ มักชอบประดิษฐ์คำขวัญต่างๆขึ้นมาเพื่อปลุกใจและจูงใจ ให้ลูกจ้างทำงานอย่างขมีขมันขยันขันแข็งมากขึ้น มีความผิดพลาดน้อยลง ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
กับที่สำคัญยิ่งคือ ให้ลูกจ้างตอบสนองความต้องการของนายจ้างได้ทุกสิ่งทุกอย่างทุกเวลานาที ไม่ต้องคอยให้นายจ้างมาจ้ำจี้จ้ำไช สั่งโน่นชี้นี่ซ้ำแล้วซ้ำอีก
และเนื่องจากระบบสังคมแบบทาส ได้สูญสิ้นอย่างเป็นทางการไปจากโลกนี้นานมากแล้ว
คำขวัญคำปลุกใจเหล่านี้ จึงต้องฟังแล้วเสมือนเป็นการเสริมสร้างคุณค่าของความเป็นมนุษย์ สนับสนุนการระดมสมอง ใช้พลังความคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมความสามัคคีรวมพลัง
ไม่ใช่คำขู่บังคับ ให้ต้องทำงานหนัก เสียสละอุทิศชีวิตให้กับองค์กร(หรือนายจ้าง)มิฉนั้นจะต้องถูกลงโทษหนัก อย่างแต่ก่อน
แต่เป้าหมายสุดท้ายก็ไม่ได้แตกต่างกันนัก
นั่นคือ ทำยังไงจะให้นายจ้างสามารถใช้งานลูกจ้าง ได้อย่างคุ้มค่าสุดๆนั่นเอง
ต้องยอมรับว่า ฝรั่งหัวไวในเรื่องแบบนี้มาก และคำขวัญคลาสสิคที่สุดอันนึง ที่ผู้เขียนเคยได้ยิน และดูจะแพร่หลายมาจนถึงเมืองไทย(กับอีกหลายประเทศ)ก็คือ
"คนคือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดขององค์กรเรา"
(People are our organization's most valuable asset)